หน้า: 1

ชนิดกระทู้ ผู้เขียน กระทู้: แถลงการณ์ต่อสื่อเรื่อง กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวนหัวเว่ย  (อ่าน 6 ครั้ง)
add
เรทกระทู้
« เมื่อ: 3 ก.ย. 19, 18:42 น »
ตอบโดยอ้างถึงข้อความ
Send E-mail

แบ่งปันกระทู้นี้ให้เพื่อนคุณอ่านไหมคะ?

ปิดปิด
 

เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม 2562 หนังสือพิมพ์ เดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล ได้รายงานว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ กำลังสอบสวนหัวเว่ย เรื่องสิทธิบัตรของกล้องในสมาร์ทโฟน ซึ่งมีการกล่าวหาว่าหัวเว่ยทำการขโมยเทคโนโลยี ข้อกล่าวหาเหล่านี้ไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด หัวเว่ยต้องการให้ความกระจ่างเกี่ยวกับข้อกล่าวหาเหล่านี้ ซึ่งรวมไปถึงการสอบสวนล่าสุดโดยรัฐบาลสหรัฐฯ ซึ่งเดอะ วอลล์สตรีท เจอร์นัล ได้รายงานไว้ ดังต่อไปนี้

เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2557 ตัวแทนจากบริษัทย่อยของหัวเว่ยในสหรัฐฯ ได้พบกับ มร. รุย เปโดร โอลิวิเอรา ตามคำขอพบของ มร. โอลิวิเอรา ในการประชุมครั้งนั้น มร. โอลิวิเอรา ได้นำเสนอดีไซน์กล้องแก่ตัวแทนของหัวเว่ย ซึ่งเขาได้อ้างว่าดีไซน์ดังกล่าวกำลังรอการอนุมัติสิทธิบัตรจากสหรัฐอเมริกาอยู่ แต่หัวเว่ยไม่ได้นำดีไซน์ของเขาไปใช้

ในปี 2560 หัวเว่ยได้เริ่มจำหน่ายกล้องพาโนรามา EnVizion 360 ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบและพัฒนาโดยพนักงานของหัวเว่ยซึ่งไม่เคยทราบถึงข้อมูลเกี่ยวกับงานดีไซน์ของ มร. โอลิวิเอรา เลย กล้องของหัวเว่ยนั้นมีเลนส์ที่ขยายไม่ได้ทั้งสองด้าน โดยออกแบบมาเพื่อการถ่ายภาพพาโนรามา ซึ่งแตกต่างจากกล้องเลนส์เดี่ยวที่ขยายได้ของ มร. โอลิวิเอรา

ตั้งแต่เดือนเมษายน 2561 และต่อเนื่องมาจนถึงเดือนมีนาคม 2562 มร. โอลิวิเอรา เริ่มส่งอีเมลถึงหัวเว่ย โดยอ้างว่า EnVizion 360 ละเมิดสิทธิบัตรสหรัฐฯ ของเขา ในอีเมลของเขามีข้อความข่มขู่ และกล่าวว่าหากหัวเว่ยไม่จ่ายเงินในจำนวนมหาศาลให้แก่เขา เขาจะนำเรื่องนี้ไปบอกสื่อมวลชนและกดดันหัวเว่ยผ่านช่องทางที่อาศัยการเมือง

หัวเว่ยปฏิเสธคำกล่าวอ้างว่าบริษัทละเมิดสิทธิบัตรโดยสิ้นเชิง และได้แสดงเอกสารเพื่อสนับสนุนการปฏิเสธมา ณ ที่นี้ด้วย (โปรดดูภาพเปรียบเทียบผลิตภัณฑ์ทั้งสองชิ้นที่ด้านล่าง) อย่างไรก็ตาม มร. โอลิวิเอรา ยังคงให้ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องแก่สื่อ โดยหวังที่จะทำลายชื่อเสียงของหัวเว่ย และยังได้พยายามกดดันหัวเว่ยผ่านเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลอีกด้วย เพื่อให้หัวเว่ยยอมจำนนและจ่ายเงินจำนวนมหาศาลให้แก่เขา

เพื่อปกป้องชื่อเสียง สิทธิ และผลประโยชน์ของบริษัท หัวเว่ยได้ยื่นคำร้องต่อศาลสหรัฐฯ เพื่อประกาศการไม่ได้ละเมิดสิทธิบัตรในสหรัฐฯ ของ มร. โอลิวิเอรา ในวันที่ 26 มีนาคม 2562 การร้องเรียนเป็นกระบวนการตามกฎหมายที่บริษัทพึงกระทำ อย่างไรก็ตาม มร. โอลิวิเอรา ปฏิเสธที่จะรับเรื่องร้องเรียนและไม่ปรากฏตัวตามหมายนัดศาล ซึ่งส่งผลให้กระบวนการในศาลล่าช้า

เห็นได้ชัดว่า มร. โอลิวิเอรา กำลังใช้ประโยชน์จากสถานการณ์ด้านภูมิรัฐศาสตร์ในขณะนี้ เขากำลังพยายามให้ข้อมูลเท็จผ่านสื่อเพื่อฉวยโอกาสจากความตึงเครียดทางการเมือง ณ ตอนนี้ เราไม่ควรส่งเสริมการกระทำในลักษณะนี้ อีกทั้งยังไม่ควรมองว่าการสืบสวนอาชญากรรมโดยกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เป็นเรื่องที่สมควรทำ

ตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา รัฐบาลสหรัฐฯ ใช้ประโยชน์จากอิทธิพลทางการเมืองและการทูตเพื่อโน้มน้าวรัฐบาลประเทศอื่นๆ ให้แบนอุปกรณ์จากหัวเว่ย นอกจากนี้ สหรัฐฯ ยังใช้ทุกวิถีทางที่มี อันรวมถึงอำนาจในการบริหารและอำนาจศาล ตลอดจนวิธีที่ไม่ซื่อตรงมากมาย เพื่อขัดขวางการดำเนินธุรกิจที่ราบรื่นของหัวเว่ยและพันธมิตร การกระทำที่ไม่ซื่อตรงเหล่านั้น ได้แก่

ออกคำสั่งให้ผู้มีอำนาจทางกฎหมาย ทำการข่มขู่ คุกคาม บีบบังคับ หลอกลวง และปุกปั่นพนักงานและอดีตพนักงานของหัวเว่ย ให้ทรยศบริษัทและทำงานให้สหรัฐฯ แทน
ทำการค้น กักขังหน่วงเหนี่ยว หรือแม้กระทั่งจับกุมพนักงานหัวเว่ย และพันธมิตรของบริษัท
พยายามล่อให้เกิดการกระทำผิดหรือแสร้งว่าเป็นพนักงานหัวเว่ยเพื่อทำการปลอมแปลงทางกฎหมายเพื่อสนับสนุนคำกล่าวอ้างที่โจมตีหัวเว่ยซึ่งไม่ได้อยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง
เริ่มการโจมตีในโลกไซเบอร์เพื่อแทรกซึมเข้ามาในอินทราเน็ตและระบบสารสนเทศภายในของหัวเว่ย
ส่งเจ้าหน้าที่เอฟบีไอไปที่บ้านของพนักงานหัวเว่ยและกดดันให้พวกเขาเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับบริษัท
ดำเนินการประสานงานและคบคิดกับบริษัทที่ทำงานร่วมกับหัวเว่ย หรือบริษัทที่มีข้อขัดแย้งทางธุรกิจกับหัวเว่ย เพื่อตั้งข้อกล่าวหาต่อหัวเว่ย ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่พิสูจน์ไม่ได้
เริ่มการสืบสวนโดยอิงจากรายงานสื่ออันเป็นเท็จ ซึ่งมีเป้าหมายเพื่อโจมตีบริษัท

ขุดคดีเก่าๆ ที่ได้รับการพิพากษาไปแล้ว และเลือกที่จะสวบสวนคดีอาชญากรรมหรือยื่นฟ้องหัวเว่ยในคดีอาญา โดยอาศัยคำกล่าวอ้างเรื่องการขโมยเทคโนโลยี
ขัดขวางการดำเนินธุรกิจและการสื่อสารทางเทคนิคที่เคยเป็นปกติเรียบร้อย โดยใช้วิธีข่มขู่ การปฏิเสธวีซ่า และการยับยั้งการจัดส่งผลิตภัณฑ์ และวิธีอื่นๆ

ข้อเท็จจริงที่แน่ชัดเพียงข้อเดียวก็คือ หัวเว่ยไม่ได้ครอบครองเทคโนโลยีหลักชิ้นใดที่ละเมิดสิทธิ์ตามที่บริษัทถูกกล่าวหา และที่ผ่านมา ก็ไม่มีคำกล่าวหาใดจากรัฐบาลสหรัฐฯ ที่มีหลักฐานสนับสนุนเพียงพอ เราขอประณามความพยายามใส่ร้ายป้ายสีโดยรัฐบาลสหรัฐฯ เพื่อลดความน่าเชื่อถือและความเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมของหัวเว่ย

ตลอด 30 ปีที่ผ่านมา หัวเว่ยได้ทุ่มงบประมาณมหาศาลไปกับการวิจัยและพัฒนา เรามีพนักงานที่ขยันขันแข็งกว่า 180,000 คนทั่วโลก และได้รับความไว้วางใจและการสนับสนุนจากลูกค้า ซัพพลายเออร์ และพันธมิตรมากมาย

กลุ่มคนเหล่านี้ทำให้บริษัทของเราประสบความสำเร็จ และไม่มีบริษัทใดในโลกที่ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในอุตสาหกรรม ผ่านเส้นทางที่อาศัยการโจรกรรม



noticeแจ้งลบความคิดเห็นนี้   บันทึกการเข้า

กระทู้ฮอตในรอบ 7 วัน

Tags:  หัวเว่ย  Huawei  กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ สอบสวนหัวเว่ย  Reported US DoJ Probes int 

หน้า: 1

 
ตอบ
ชื่อ:
 
แชร์ไป Facebook ด้วย
กระทู้:
ไอค่อนข้อความ:
ตัวหนาตัวเอียงตัวขีดเส้นใต้จัดย่อหน้าชิดซ้ายจัดย่อหน้ากึ่งกลางจัดย่อหน้าชิดขวา

 
 

[เพิ่มเติม]
แนบไฟล์: (แนบไฟล์เพิ่ม)
ไฟล์ที่อนุญาต: gif, jpg, jpeg
ขนาดไฟล์สูงสุดที่อนุญาต 20000000 KB : 4 ไฟล์ : ต่อความคิดเห็น
ติดตามกระทู้นี้ : ส่งไปที่อีเมลของสมาชิกสนุก
  ส่งไปที่
พิมพ์อักษรตามภาพ:
พิมพ์ตัวอักษรที่แสดงในรูปภาพ
 
:   Go
  • ข้อความของคุณอยู่ในกระทู้นี้
  • กระทู้ที่ถูกใส่กุญแจ
  • กระทู้ปกติ
  • กระทู้ติดหมุด
  • กระทู้น่าสนใจ (มีผู้ตอบมากกว่า 15 ครั้ง)
  • โพลล์
  • กระทู้น่าสนใจมาก (มีผู้ตอบมากกว่า 25 ครั้ง)
         
หากท่านพบเห็นการกระทำ หรือพฤติกรรมใด ๆ ที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย กรุณาแจ้งมาที่ แนะนำติชม